วันเสาร์ที่ 9 กรกฎาคม พ.ศ. 2559
วันศุกร์ที่ 8 กรกฎาคม พ.ศ. 2559
วันศุกร์ที่ 17 มิถุนายน พ.ศ. 2559
วันสุนทรภู่
วันสุนทรภู่ 26 มิถุนายน ประวัติและผลงานของสุนทรภู่มีความเป็นมาอย่างไร กิจกรรมที่ควรปฏิบัติ ในวันสุนทรภู่ มีอะไรบ้าง เรามีบทความเรื่องนี้มาฝากกัน
ถ้าเอ่ยชื่อ "สุนทรภู่" เชื่อว่าน้อยคนนักที่จะไม่รู้จักกวีชาวไทยที่มีชื่อเสียงก้องโลก โดยเฉพาะกลอนนิทานเรื่อง "พระอภัยมณี" จนได้รับยกย่องจากองค์การยูเนสโกให้เป็นบุคคลสำคัญของโลก ด้านงานวรรณกรรม หรือ "มหากวีแห่งรัตนโกสินทร์" หรือ "เชกสเปียร์แห่งประเทศไทย" และคงเป็นที่ทราบกันดีอยู่แล้วว่า "วันที่ 26 มิถุนายน" ของทุกปีคือ "วันสุนทรภู่" ซึ่งมักจะมีการจัดนิทรรศการ ประกวดแต่งคำกลอน เพื่อแสดงถึงการรำลึกถึง เพราะฉะนั้น วันนี้กระปุกดอทคอมจึงไม่พลาด ขอพาไปเปิดประวัติ "วันสุนทรภู่" ให้มากขึ้นค่ะ...
ชีวประวัติ "สุนทรภู่"
สุนทรภู่ กวีสำคัญสมัยต้นรัตนโกสินทร์ เกิดวันจันทร์ เดือน 8 ขึ้น 1 ค่ำ ปีมะเมีย จุลศักราช 1148 เวลา 2 โมงเช้า หรือตรงกับวันที่ 26 มิถุนายน พ.ศ. 2329 เวลา 08.00 น. นั่นเอง ซึ่งตรงกับสมัยรัชกาลที่ 1 แห่งกรุงรัตนโกสินทร์ ณ บริเวณด้านเหนือของพระราชวังหลัง (บริเวณสถานีรถไฟบางกอกน้อยปัจจุบัน)
บิดาของท่านเป็นชาวกร่ำ อำเภอแกลง จังหวัดระยอง ชื่อพ่อพลับ ส่วนมารดาเป็นชาวเมืองฉะเชิงเทรา ชื่อแม่ช้อย สันนิษฐานว่ามารดาเป็นข้าหลวงอยู่ในพระราชวังหลัง เชื่อว่าหลังจากสุนทรภู่เกิดได้ไม่นาน บิดามารดาก็หย่าร้างกัน บิดาออกไปบวชอยู่ที่วัดป่ากร่ำ ตำบลบ้านกร่ำ อำเภอแกลง อันเป็นภูมิลำเนาเดิม ส่วนมารดาได้เข้าไปอยู่ในพระราชวังหลัง ถวายตัวเป็นนางนมของพระองค์เจ้าหญิงจงกล พระธิดาในเจ้าฟ้ากรมหลวงอนุรักษ์เทเวศร์ ดังนั้น สุนทรภู่จึงได้อยู่ในพระราชวังหลังกับมารดา และได้ถวายตัวเป็นข้าในกรมพระราชวังหลัง ซึ่งสุนทรภู่ยังมีน้องสาวต่างบิดาอีกสองคน ชื่อฉิมและนิ่ม อีกด้วย
"สุนทรภู่" ได้รับการศึกษาในพระราชวังหลังและที่วัดชีปะขาว (วัดศรีสุดาราม) ต่อมาได้เข้ารับราชการเป็นเสมียนนายระวางกรมพระคลังสวน ในกรมพระคลังสวน แต่ไม่ชอบทำงานอื่นนอกจากแต่งบทกลอน ซึ่งสามารถแต่งได้ดีตั้งแต่ยังรุ่นหนุ่ม เพราะตั้งแต่เยาว์วัยสุนทรภู่มีนิสัยรักแต่งกลอนยิ่งกว่างานอื่น ครั้งรุ่นหนุ่มก็ไปเป็นครูสอนหนังสืออยู่ที่วัดศรีสุดารามในคลองบางกอกน้อย ได้แต่งกลอนสุภาษิตและกลอนนิทานขึ้นไว้ เมื่ออายุราว 20 ปี
ต่อมาสุนทรภู่ลอบรักกับนางข้าหลวงในวังหลังคนหนึ่ง ชื่อแม่จัน ซึ่งเป็นบุตรหลานผู้มีตระกูล จึงถูกกรมพระราชวังหลังกริ้วจนถึงให้โบยและจำคุกคนทั้งสอง แต่เมื่อกรมพระราชวังหลังเสด็จทิวงคตในปี พ.ศ. 2349 จึงมีการอภัยโทษแก่ผู้ถูกลงโทษทั้งหมดถวายเป็นพระราชกุศล หลังจากสุนทรภู่ออกจากคุก เขากับแม่จันก็เดินทางไปหาบิดาที่ อำเภอแกลง จังหวัดระยอง และมีบุตรด้วยกัน 1 คน ชื่อ "พ่อพัด" ได้อยู่ในความอุปการะของเจ้าครอกทองอยู่ ส่วนสุนทรภู่กับแม่จันก็มีเรื่องระหองระแหงกันเสมอ จนภายหลังก็เลิกรากันไป
ถ้าเอ่ยชื่อ "สุนทรภู่" เชื่อว่าน้อยคนนักที่จะไม่รู้จักกวีชาวไทยที่มีชื่อเสียงก้องโลก โดยเฉพาะกลอนนิทานเรื่อง "พระอภัยมณี" จนได้รับยกย่องจากองค์การยูเนสโกให้เป็นบุคคลสำคัญของโลก ด้านงานวรรณกรรม หรือ "มหากวีแห่งรัตนโกสินทร์" หรือ "เชกสเปียร์แห่งประเทศไทย" และคงเป็นที่ทราบกันดีอยู่แล้วว่า "วันที่ 26 มิถุนายน" ของทุกปีคือ "วันสุนทรภู่" ซึ่งมักจะมีการจัดนิทรรศการ ประกวดแต่งคำกลอน เพื่อแสดงถึงการรำลึกถึง เพราะฉะนั้น วันนี้กระปุกดอทคอมจึงไม่พลาด ขอพาไปเปิดประวัติ "วันสุนทรภู่" ให้มากขึ้นค่ะ...
ชีวประวัติ "สุนทรภู่"
สุนทรภู่ กวีสำคัญสมัยต้นรัตนโกสินทร์ เกิดวันจันทร์ เดือน 8 ขึ้น 1 ค่ำ ปีมะเมีย จุลศักราช 1148 เวลา 2 โมงเช้า หรือตรงกับวันที่ 26 มิถุนายน พ.ศ. 2329 เวลา 08.00 น. นั่นเอง ซึ่งตรงกับสมัยรัชกาลที่ 1 แห่งกรุงรัตนโกสินทร์ ณ บริเวณด้านเหนือของพระราชวังหลัง (บริเวณสถานีรถไฟบางกอกน้อยปัจจุบัน)
บิดาของท่านเป็นชาวกร่ำ อำเภอแกลง จังหวัดระยอง ชื่อพ่อพลับ ส่วนมารดาเป็นชาวเมืองฉะเชิงเทรา ชื่อแม่ช้อย สันนิษฐานว่ามารดาเป็นข้าหลวงอยู่ในพระราชวังหลัง เชื่อว่าหลังจากสุนทรภู่เกิดได้ไม่นาน บิดามารดาก็หย่าร้างกัน บิดาออกไปบวชอยู่ที่วัดป่ากร่ำ ตำบลบ้านกร่ำ อำเภอแกลง อันเป็นภูมิลำเนาเดิม ส่วนมารดาได้เข้าไปอยู่ในพระราชวังหลัง ถวายตัวเป็นนางนมของพระองค์เจ้าหญิงจงกล พระธิดาในเจ้าฟ้ากรมหลวงอนุรักษ์เทเวศร์ ดังนั้น สุนทรภู่จึงได้อยู่ในพระราชวังหลังกับมารดา และได้ถวายตัวเป็นข้าในกรมพระราชวังหลัง ซึ่งสุนทรภู่ยังมีน้องสาวต่างบิดาอีกสองคน ชื่อฉิมและนิ่ม อีกด้วย
"สุนทรภู่" ได้รับการศึกษาในพระราชวังหลังและที่วัดชีปะขาว (วัดศรีสุดาราม) ต่อมาได้เข้ารับราชการเป็นเสมียนนายระวางกรมพระคลังสวน ในกรมพระคลังสวน แต่ไม่ชอบทำงานอื่นนอกจากแต่งบทกลอน ซึ่งสามารถแต่งได้ดีตั้งแต่ยังรุ่นหนุ่ม เพราะตั้งแต่เยาว์วัยสุนทรภู่มีนิสัยรักแต่งกลอนยิ่งกว่างานอื่น ครั้งรุ่นหนุ่มก็ไปเป็นครูสอนหนังสืออยู่ที่วัดศรีสุดารามในคลองบางกอกน้อย ได้แต่งกลอนสุภาษิตและกลอนนิทานขึ้นไว้ เมื่ออายุราว 20 ปี
ต่อมาสุนทรภู่ลอบรักกับนางข้าหลวงในวังหลังคนหนึ่ง ชื่อแม่จัน ซึ่งเป็นบุตรหลานผู้มีตระกูล จึงถูกกรมพระราชวังหลังกริ้วจนถึงให้โบยและจำคุกคนทั้งสอง แต่เมื่อกรมพระราชวังหลังเสด็จทิวงคตในปี พ.ศ. 2349 จึงมีการอภัยโทษแก่ผู้ถูกลงโทษทั้งหมดถวายเป็นพระราชกุศล หลังจากสุนทรภู่ออกจากคุก เขากับแม่จันก็เดินทางไปหาบิดาที่ อำเภอแกลง จังหวัดระยอง และมีบุตรด้วยกัน 1 คน ชื่อ "พ่อพัด" ได้อยู่ในความอุปการะของเจ้าครอกทองอยู่ ส่วนสุนทรภู่กับแม่จันก็มีเรื่องระหองระแหงกันเสมอ จนภายหลังก็เลิกรากันไป
วันเสาร์ที่ 4 มิถุนายน พ.ศ. 2559
วันพระ
ศาสนาในพระพุทธศาสนาประจำสัปดาห์ หรือที่เรียกกันทั่วไปอีกคำหนึ่งว่า "วันธรรมสวนะ" อันได้แก่วันถือศีลฟังธรรม (ธรรมสวนะ หมายถึง การฟังธรรม) โดยวันพระเป็นวันที่มีกำหนดตามปฏิทินจันทรคติ โดยมีเดือนละ 4 วัน ได้แก่ วันขึ้น 8 ค่ำ, วันขึ้น 15 ค่ำ (วันเพ็ญ), วันแรม 8 ค่ำ และวันแรม 15 ค่ำ (หากเดือนใดเป็นเดือนขาด ถือเอาวันแรม 14 ค่ำ)
วันพระนั้นเดิมเป็นธรรมเนียมของปริพาชกอัญญเดียรถีย์ (นักบวชนอกพระพุทธศาสนา) ที่จะประชุมกันแสดงธรรมทุก ๆ วัน 8 ค่ำ 15 ค่ำ ซึ่งในสมัยต้นพุทธกาล พระพุทธเจ้ายังคงไม่ได้ทรงวางระเบียบในเรื่องนี้ไว้ ต่อมาพระเจ้าพิมพิสารได้เข้าเฝ้าพระสัมมาสัมพุทธเจ้า และกราบทูลพระราชดำริของพระองค์ว่านักบวชศาสนาอื่นมีวันประชุมสนทนาเกี่ยวกับหลักธรรมคำสั่งสอนในศาสนาของเขา แต่ว่าพุทธศาสนายังไม่มี พระพุทธองค์จึงทรงอนุญาตให้มีการประชุมพระสงฆ์ในวัน 8 ค่ำ 15 ค่ำ และอนุญาตให้พระภิกษุสงฆ์ประชุมสนทนาและแสดงธรรมเทศนาแก่ประชาชนในวันดังกล่าว โดยตามพระไตรปิฎกเรียกวันพระว่า วันอุโบสถ (วัน 8 ค่ำ) หรือวันลงอุโบสถ (วัน 14 หรือ 15 ค่ำ) แล้วแต่กรณี[1]
วันศุกร์ที่ 27 พฤษภาคม พ.ศ. 2559
วันแม่
วันแม่แห่งชาติ 12 สิงหาคมของทุกปีเป็นวันแม่ ภาษาอังกฤษ คือ Mother Day ซึ่งวันนี้ถือตามวันเสด็จพระราชสมภพของสมเด็จพระนางเจ้าฯ พระบรมราชินีนาถ โดยเริ่มมาตั้งแต่ พ.ศ. 2519 เป็นต้นมาจนถึงปัจจุบัน ทั้งนี้เพื่อให้ลูก ๆ ทุกคนควรรำลึกถึงพระคุณของแม่
ประวัติวันแม่แห่งชาติ มีความเป็นมาอย่างไร สัญลักษณ์ที่ใช้ในวันแม่ทำไมจึงใช้ดอกมะลิ และคำขวัญวันเเม่ปีต่าง ๆ มีข้อความว่าอะไร กิจกรรมต่าง ๆ ที่ควรปฏิบัติในวันแม่มีอะไรบ้าง วันนี้เรามีข้อมูลมาฝากค่ะ
ประวัติวันแม่แห่งชาติ มีความเป็นมาอย่างไร สัญลักษณ์ที่ใช้ในวันแม่ทำไมจึงใช้ดอกมะลิ และคำขวัญวันเเม่ปีต่าง ๆ มีข้อความว่าอะไร กิจกรรมต่าง ๆ ที่ควรปฏิบัติในวันแม่มีอะไรบ้าง วันนี้เรามีข้อมูลมาฝากค่ะ
ประวัติวันแม่แห่งชาติ
ประวัติวันแม่แห่งชาติ แต่เดิมนั้น วันแม่ของชาติได้กำหนดเอาไว้วันที่ 15 เมษายนของทุก ๆ ปี ทั้งนี้เป็นไปตามมติของคณะรัฐมนตรีประกาศรับรอง เมื่อวันที่ 23 กุมภาพันธ์ พ.ศ. 2493 ซึ่งได้พิจารณาเห็นว่าการจัดงานวันแม่ของสำนักวัฒนธรรมฝ่ายหญิง สภาวัฒนธรรมแห่งชาติ ผู้รับมอบหมายให้จัดงาน วันแม่ มาตั้งแต่วันที่ 15 เมษายน พ.ศ. 2493 เป็นครั้งแรกเป็นต้นมานั้นได้รับความสำเร็จด้วยดี ด้วยประชาชนให้การสนับสนุน จนสามารถขยายขอบข่ายของงานให้กว้างขวางออกไป
มีการจัดพิธีกรรมทางพระพุทธศาสนา การประกวดคำขวัญวันแม่ การประกวดแม่ของชาติ เพื่อให้เกียรติและตระหนักในความสำคัญของแม่ และเพื่อเพิ่มความสำคัญของวันแม่ให้ยิ่ง ๆ ขึ้นไป ด้วยเหตุนี้งานวันแม่จึงเป็นวันแม่ประจำปีของชาติตามประกาศของรัฐบาล ฯพณฯ จอมพล ป. พิบูลสงคราม แต่โดยทั่วไปเรียกกันว่าวันแม่ของชาติ
ต่อมาถึง พ.ศ. 2519 ทางราชการได้เปลี่ยนใหม่ให้ถือเอาวันเสด็จพระราชสมภพของสมเด็จพระนางเจ้าฯ พระบรมราชินีนาถ คือ วันที่ 12 สิงหาคม วันแม่แห่งชาติ เริ่มในปี พ.ศ. 2519 เป็นต้นมาจนถึงปัจจุบัน
ประวัติวันแม่แห่งชาติ แต่เดิมนั้น วันแม่ของชาติได้กำหนดเอาไว้วันที่ 15 เมษายนของทุก ๆ ปี ทั้งนี้เป็นไปตามมติของคณะรัฐมนตรีประกาศรับรอง เมื่อวันที่ 23 กุมภาพันธ์ พ.ศ. 2493 ซึ่งได้พิจารณาเห็นว่าการจัดงานวันแม่ของสำนักวัฒนธรรมฝ่ายหญิง สภาวัฒนธรรมแห่งชาติ ผู้รับมอบหมายให้จัดงาน วันแม่ มาตั้งแต่วันที่ 15 เมษายน พ.ศ. 2493 เป็นครั้งแรกเป็นต้นมานั้นได้รับความสำเร็จด้วยดี ด้วยประชาชนให้การสนับสนุน จนสามารถขยายขอบข่ายของงานให้กว้างขวางออกไป
มีการจัดพิธีกรรมทางพระพุทธศาสนา การประกวดคำขวัญวันแม่ การประกวดแม่ของชาติ เพื่อให้เกียรติและตระหนักในความสำคัญของแม่ และเพื่อเพิ่มความสำคัญของวันแม่ให้ยิ่ง ๆ ขึ้นไป ด้วยเหตุนี้งานวันแม่จึงเป็นวันแม่ประจำปีของชาติตามประกาศของรัฐบาล ฯพณฯ จอมพล ป. พิบูลสงคราม แต่โดยทั่วไปเรียกกันว่าวันแม่ของชาติ
ต่อมาถึง พ.ศ. 2519 ทางราชการได้เปลี่ยนใหม่ให้ถือเอาวันเสด็จพระราชสมภพของสมเด็จพระนางเจ้าฯ พระบรมราชินีนาถ คือ วันที่ 12 สิงหาคม วันแม่แห่งชาติ เริ่มในปี พ.ศ. 2519 เป็นต้นมาจนถึงปัจจุบัน
วันศุกร์ที่ 13 พฤษภาคม พ.ศ. 2559
วันวาเลนไทน์
วันวาเลนไทน์ (Valentine’s Day)
มีมาตั้งแต่สมัยจักรวรรดิโรมัน ซึ่งในวันที่ 14 กุมภาพันธ์ จะเป็นวันเฉลิมฉลองของจูโน่ซึ่ง เป็นราชินีแห่งเหล่าเทพและเทพธิดาของโรมัน ชาวโรมันรู้จักเธอในนามของเทพธิดา แห่งอิสตรีและการแต่งงาน และในวันถัดมาคือวันที่ 15 กุมภาพันธ์ ก็จะเป็นวันเริ่มต้นงานเลี้ยงของเด็กหนุ่มและเด็กสาว ต่อมาใน รัชสมัยจักรพรรดิคลอดิอัส ที่ 2 (Emperor Claudius II) แห่งกรุงโรม ที่มีกษัตริย์ ใจคอดุร้ายและทรงนิยม การทำสงครามนองเลือด และทรงห้ามการจัดพิธีหมั้นและแต่งงานกันในโรมโดยเด็ดขาด
วันอาทิตย์ที่ 6 มีนาคม พ.ศ. 2559
เทคนิคการอ่านหนังสือให้เร็วและจับใจความได้
เทคนิคการอ่านหนังสือให้เร็วและจับใจความได้
แสดงว่ายังอ่านไม่เป็นขณะนั้น สมองส่วนความเข้าใจ เช่นคำว่าประ - ชา - ธิป - ปะ - ไตยสามารถอ่านรวมเป็นคำเดียว ลองดูจากประโยคนี้ "ผลการศกึาษวจิยั จากมวหายิทาลยเชยงีหใม่ " เราจะอ่านได้ทันทีเลยว่า " "ทั้งที่คำอ่านผิด หนังสือทุกเล่มประโยคทุกประโยคจะมี ทั้งส่วนที่สำคัญและไม่สำคัญ ประชาธิปไตยในสหรัฐอเมริกาจบลงด้วยโอบา มาผู้ชิงตำแหน่งผิวสีได้ดำรงตำแหน่งประธานาธิบดีแมคเคนพ่ายแพ้อย่างหมดรูป " คนที่อ่านเป็น โอบามาได้เป็นประธานาธิบดีและใน ประโยคนี้คุณขีดเส้นแดงตรงเฉพาะคำว่าโอบามาไว้สำหรับอ่านในรอบที่สองเพราะพอสะดุดกับคำว่าโอบามาก็จะเข้าใจทันทีว่า คำวิเศษณ์คำขยายนามคำพรรณนาไม่ จำเป็นต้องใส่ใจเช่นประโยคข้างบนข้อความแรก ๆ ทั้งหมดเป็นคำพรรณนาประเด็นสำคัญอยู่ที่โอบามาได้เป็นประธานาธิบดีเท่านั้นส่วนประโยคก่อนหน้าคำว่าโอบามาและประโยค "ผู้ชิงตำแหน่งผิวสี "" พ่ายแพ้อย่างหมดรูป "ก็ไม่จำเป็นต้องอ่าน เมื่อชำนาญในการอ่านสายตาจะข้าม คำเหล่านี้ไปเอง .....
ตอนที่ 2 ในทุกสาขาวิชา รักการอ่านและสามารถจับใจความได้ เร็วเ
พราะการอ่าน ประหยัดที่สุดสะดวกที่สุดทุกครั้งที่จะอ่าน การอ่านด้วยวิธีนี้จะทำให้จำ แม่นจำเฉพาะเนื้อหาสำคัญและมองภาพองค์รวมแบบแผนผังได้ (ทำแผนที่ความคิด) จะช่วยให้จำแม่นเช่นในเด็ก เล็กที่อ่านก . เอ๋ยกอไก่หรือแอ๊หนังสือนท์คุณมดก็คือหัวเรื่อง: การแปลงอักษรให้เป็นภาพทุกครั้งที่นักเรียนเป็นท่องภาพไก่กับภาพคุณมดจะผุดขึ้นมาทำให้จำได้ง่ายขึ้นหัวเรื่อง: การ จำเป็นภาพ ก็จะออกมาเป็นภาพเปรียบเสมือน การเปิดคลิปวิดีโอที่เก็บสะสมไว้ในสมอง แต่ถ้าจำเป็นคำ ควรพักเป็นระยะ ๆ เพื่อหลับตา ซึ่งในทางการแพทย์พบว่าภาพที่ เห็นขณะหลับตา การนำมาเขียนในรูปของแผนผังแผนภาพ จะเข้าใจง่ายขึ้น จะมีการเขียนเป็นแผนภาพ แผนภูมิแผนผังกราฟหรือใช้ตารางทางสถิติ จะช่วยให้จดจำได้ง่ายขึ้นการนำข้อมูลในหนังสือเรียนมาทำเป็นภาพตารางหรือกราฟด้วยตนเอง อาจจะใช้เทคนิคช่วยจำได้เช่น ถ้าต้องการจำตัวอักษรคตลขรมโดยห้ามสลับตำแหน่งการจำโดยตรงจะยากมากให้จำเป็นประโยค "คนตัวเล็กขับรถเมล์" เทคนิคนี้จะทำให้จำได้แม่นใน กรณีที่เป็นภาษาอังกฤษก็เช่นกันสมมติว่าต้องการจำตัวอักษรตัวแรกของหัวข้อที่อ่าน 5 หัวข้อคือ T, A, M, S, O, F, H ให้นำมาแต่งเป็นประโยค "มีทรายจำนวนมากบนหัวของพ่อ" สำหรับการจำตัวเลขก็คือ เช่นต้องการจำตัวเลขชุดหนึ่ง ได้แก่ 52146233 จะแต่งเป็นประโยคได้ว่าจำนวนตัว อักษรของแต่ละคำคือตัวเลขที่จะจำ "มีนกบินอยู่บนท้องฟ้าคือ" การจำเป็นภาพ รอบเดียว ได้แก่ ปทุมธานี (P) ลพบุรี (L) นนทบุรี (N) ราชบุรี (R) สุพรรณบุรี (S) กาญจนบุรี (k) สมุทรสงคราม (S) สมุทรสาคร (S) อ่างทอง (A) สระบุรี (S) ชัยนาท (C) สิงห์บุรี (S) อยุธยา (A) "L RAK P NAC 5 ส" (อ่านว่าแอลรักพี่แน็ค 5 ส.) เพียง แต่ขอให้จำได้ก็พอ ขึ้นอยู่กับภูมิหลังประสบการณ์ความทรง จำเก่า ๆ ระดับการศึกษา ฯลฯ เมื่อจำประโยคได้ก็ให้นำมาจินตนาการยามว่างเช่นบนรถเมล์ตอนพักกลางวัน ฯลฯ ว่า "แอลรักพี่แน็ค" หมายถึงจังหวัดอะไรบ้างและ "5 ส "คือจังหวัดอะไร
ตอนที่ 3 >>> โดยเฉพาะอย่างยิ่งถ้าเป็นเรื่องสั้นหรือ นวนิยายการอ่านบทสรุปหรือตอนจบก่อนเป็นเรื่องที่ต้องห้ามอย่างเด็ดขาด แต่การอ่านเพื่อการเรียนรู้จะตรงกันข้าม ดังนั้นเมื่อต้องการจะเริ่มต้นอ่าน แต่ละตอนรวมไปถึงบทคัดย่อสารบาญและ คำนำของผู้เขียนการเข้าใจเนื้อหาอย่างคร่าวๆ บทสรุปที่บันทึกไว้ในสมองล่วงหน้า จะช่วยให้รู้ว่าส่วนไหนของเนื้อหาที่สำคัญและควรเน้นอ่านเป็นพิเศษผู้บริหารบางคนจะให้เลขาช่วยสรุปให้เลขาที่สรุปเก่ง ๆ เงินเดือนสูงมาก ถ้าอ่านตอนจบก่อนความสนุกจะ หายไปทันที ถ้าอ่านตอนจบก่อน เพราะเมื่อรู้ผล เช่นในการอ่านนวนิยาย สมองจะพยายามมองหาเงื่อนวิเคราะห์ถึง บุคลิกนิสัยใจคอบุคคลใกล้ชิดสิ่งแวดล้อมหาเหตุและปัจจัย อย่างละเอียดทำให้จับส่วนสำคัญได้สามารถ ปะติดปะต่อเรื่องราวได้อย่างชัดเจนและขณะอ่าน ส่วนตัวประกอบอื่น ๆ จะแยกย่อยออก ไปเช่นเดียวกับการอ่านหนังสืออื่น ๆ เรื่องสั้นหรือนิทานเราต้องการรู้ว่าถ้า เหตุและปัจจัยเป็นแบบนี้แล้วผลสรุปตอนจบจะเป็นอย่างไร คือต้องการรู้ว่าถ้าผลสรุปเป็น แบบนี้มันมีเหตุและปัจจัย เนื่องจาก ช่วยกระตุ้นให้เกิดความรู้สึกสนใจ ทำให้การอ่านง่ายขึ้นเช่นข่าวกีฬา ที่พาดผลการแข่งขันว่า "กังหันเชือดคอไก่ 3 -2" หมายความว่า 3 - 2 เพราะเรารู้ผลสรุปก่อนแล้วจึง ค่อยอ่านเพื่อหาเหตุปัจจัยว่าทำไมกังหันเชือ
แสดงว่ายังอ่านไม่เป็นขณะนั้น สมองส่วนความเข้าใจ เช่นคำว่าประ - ชา - ธิป - ปะ - ไตยสามารถอ่านรวมเป็นคำเดียว ลองดูจากประโยคนี้ "ผลการศกึาษวจิยั จากมวหายิทาลยเชยงีหใม่ " เราจะอ่านได้ทันทีเลยว่า " "ทั้งที่คำอ่านผิด หนังสือทุกเล่มประโยคทุกประโยคจะมี ทั้งส่วนที่สำคัญและไม่สำคัญ ประชาธิปไตยในสหรัฐอเมริกาจบลงด้วยโอบา มาผู้ชิงตำแหน่งผิวสีได้ดำรงตำแหน่งประธานาธิบดีแมคเคนพ่ายแพ้อย่างหมดรูป " คนที่อ่านเป็น โอบามาได้เป็นประธานาธิบดีและใน ประโยคนี้คุณขีดเส้นแดงตรงเฉพาะคำว่าโอบามาไว้สำหรับอ่านในรอบที่สองเพราะพอสะดุดกับคำว่าโอบามาก็จะเข้าใจทันทีว่า คำวิเศษณ์คำขยายนามคำพรรณนาไม่ จำเป็นต้องใส่ใจเช่นประโยคข้างบนข้อความแรก ๆ ทั้งหมดเป็นคำพรรณนาประเด็นสำคัญอยู่ที่โอบามาได้เป็นประธานาธิบดีเท่านั้นส่วนประโยคก่อนหน้าคำว่าโอบามาและประโยค "ผู้ชิงตำแหน่งผิวสี "" พ่ายแพ้อย่างหมดรูป "ก็ไม่จำเป็นต้องอ่าน เมื่อชำนาญในการอ่านสายตาจะข้าม คำเหล่านี้ไปเอง .....
ตอนที่ 2 ในทุกสาขาวิชา รักการอ่านและสามารถจับใจความได้ เร็วเ
พราะการอ่าน ประหยัดที่สุดสะดวกที่สุดทุกครั้งที่จะอ่าน การอ่านด้วยวิธีนี้จะทำให้จำ แม่นจำเฉพาะเนื้อหาสำคัญและมองภาพองค์รวมแบบแผนผังได้ (ทำแผนที่ความคิด) จะช่วยให้จำแม่นเช่นในเด็ก เล็กที่อ่านก . เอ๋ยกอไก่หรือแอ๊หนังสือนท์คุณมดก็คือหัวเรื่อง: การแปลงอักษรให้เป็นภาพทุกครั้งที่นักเรียนเป็นท่องภาพไก่กับภาพคุณมดจะผุดขึ้นมาทำให้จำได้ง่ายขึ้นหัวเรื่อง: การ จำเป็นภาพ ก็จะออกมาเป็นภาพเปรียบเสมือน การเปิดคลิปวิดีโอที่เก็บสะสมไว้ในสมอง แต่ถ้าจำเป็นคำ ควรพักเป็นระยะ ๆ เพื่อหลับตา ซึ่งในทางการแพทย์พบว่าภาพที่ เห็นขณะหลับตา การนำมาเขียนในรูปของแผนผังแผนภาพ จะเข้าใจง่ายขึ้น จะมีการเขียนเป็นแผนภาพ แผนภูมิแผนผังกราฟหรือใช้ตารางทางสถิติ จะช่วยให้จดจำได้ง่ายขึ้นการนำข้อมูลในหนังสือเรียนมาทำเป็นภาพตารางหรือกราฟด้วยตนเอง อาจจะใช้เทคนิคช่วยจำได้เช่น ถ้าต้องการจำตัวอักษรคตลขรมโดยห้ามสลับตำแหน่งการจำโดยตรงจะยากมากให้จำเป็นประโยค "คนตัวเล็กขับรถเมล์" เทคนิคนี้จะทำให้จำได้แม่นใน กรณีที่เป็นภาษาอังกฤษก็เช่นกันสมมติว่าต้องการจำตัวอักษรตัวแรกของหัวข้อที่อ่าน 5 หัวข้อคือ T, A, M, S, O, F, H ให้นำมาแต่งเป็นประโยค "มีทรายจำนวนมากบนหัวของพ่อ" สำหรับการจำตัวเลขก็คือ เช่นต้องการจำตัวเลขชุดหนึ่ง ได้แก่ 52146233 จะแต่งเป็นประโยคได้ว่าจำนวนตัว อักษรของแต่ละคำคือตัวเลขที่จะจำ "มีนกบินอยู่บนท้องฟ้าคือ" การจำเป็นภาพ รอบเดียว ได้แก่ ปทุมธานี (P) ลพบุรี (L) นนทบุรี (N) ราชบุรี (R) สุพรรณบุรี (S) กาญจนบุรี (k) สมุทรสงคราม (S) สมุทรสาคร (S) อ่างทอง (A) สระบุรี (S) ชัยนาท (C) สิงห์บุรี (S) อยุธยา (A) "L RAK P NAC 5 ส" (อ่านว่าแอลรักพี่แน็ค 5 ส.) เพียง แต่ขอให้จำได้ก็พอ ขึ้นอยู่กับภูมิหลังประสบการณ์ความทรง จำเก่า ๆ ระดับการศึกษา ฯลฯ เมื่อจำประโยคได้ก็ให้นำมาจินตนาการยามว่างเช่นบนรถเมล์ตอนพักกลางวัน ฯลฯ ว่า "แอลรักพี่แน็ค" หมายถึงจังหวัดอะไรบ้างและ "5 ส "คือจังหวัดอะไร
ตอนที่ 3 >>> โดยเฉพาะอย่างยิ่งถ้าเป็นเรื่องสั้นหรือ นวนิยายการอ่านบทสรุปหรือตอนจบก่อนเป็นเรื่องที่ต้องห้ามอย่างเด็ดขาด แต่การอ่านเพื่อการเรียนรู้จะตรงกันข้าม ดังนั้นเมื่อต้องการจะเริ่มต้นอ่าน แต่ละตอนรวมไปถึงบทคัดย่อสารบาญและ คำนำของผู้เขียนการเข้าใจเนื้อหาอย่างคร่าวๆ บทสรุปที่บันทึกไว้ในสมองล่วงหน้า จะช่วยให้รู้ว่าส่วนไหนของเนื้อหาที่สำคัญและควรเน้นอ่านเป็นพิเศษผู้บริหารบางคนจะให้เลขาช่วยสรุปให้เลขาที่สรุปเก่ง ๆ เงินเดือนสูงมาก ถ้าอ่านตอนจบก่อนความสนุกจะ หายไปทันที ถ้าอ่านตอนจบก่อน เพราะเมื่อรู้ผล เช่นในการอ่านนวนิยาย สมองจะพยายามมองหาเงื่อนวิเคราะห์ถึง บุคลิกนิสัยใจคอบุคคลใกล้ชิดสิ่งแวดล้อมหาเหตุและปัจจัย อย่างละเอียดทำให้จับส่วนสำคัญได้สามารถ ปะติดปะต่อเรื่องราวได้อย่างชัดเจนและขณะอ่าน ส่วนตัวประกอบอื่น ๆ จะแยกย่อยออก ไปเช่นเดียวกับการอ่านหนังสืออื่น ๆ เรื่องสั้นหรือนิทานเราต้องการรู้ว่าถ้า เหตุและปัจจัยเป็นแบบนี้แล้วผลสรุปตอนจบจะเป็นอย่างไร คือต้องการรู้ว่าถ้าผลสรุปเป็น แบบนี้มันมีเหตุและปัจจัย เนื่องจาก ช่วยกระตุ้นให้เกิดความรู้สึกสนใจ ทำให้การอ่านง่ายขึ้นเช่นข่าวกีฬา ที่พาดผลการแข่งขันว่า "กังหันเชือดคอไก่ 3 -2" หมายความว่า 3 - 2 เพราะเรารู้ผลสรุปก่อนแล้วจึง ค่อยอ่านเพื่อหาเหตุปัจจัยว่าทำไมกังหันเชือ
สมัครสมาชิก:
บทความ (Atom)















